สัตว์ประหลาดเอเชีย ความลึกลับ ความเชื่อ ความศรัทธา ของเหล่ามนุษย์

สัตว์ประหลาดเอเชีย

สัตว์ประหลาดเอเชีย ความลึกลับ ความเชื่อ ความศรัทธา ..

สัตว์ประหลาดเอเชีย ตามตำนานต่าง ๆ ที่เคยเล่าขาน สืบต่อกันมาช้านาน มักจะมีเรื่อง ของสิ่งลึกลับ เข้ามาเกี่ยวข้อง อยู่เสมอ ๆ และสิ่งเหล่านี้ มักจะปรากฏ อยู่ในหนังสือ วรรณกรรม วรรณคดี และวิถีชีวิต ของมนุษย์มาอย่างช้านาน

ซึ่งทวีปเอเชียของเรา มีสิ่งลึกลับ ที่ยังปริศนา อยู่อย่างมากมาย บ้างก็เรียกว่า สัตว์ประหลาดลึกลับ บ้างก็เรียกว่า สัตว์ในตำนาน หลายคนบูชา สิ่งลึกลับเหล่านี้ เพราะความเชื่อ ของแต่ละท้องถิ่น และยังเชื่อโยงเกี่ยวเนื่อง ไปถึงความศรัททรา โชคลางต่าง ๆ

เราจึงนำสิ่งที่เรียกว่า สิ่งลึกลับ สัตว์ลึกลับ สัตว์ในตำนาน สัตว์ในวรรณคดี สัตว์ประหลาด หรือใด ๆ ก็ตามแต่ ความเชื่อของแต่ละบุคคคล มาให้ได้รู้จักกัน ซึ่งสัตว์เหล่านั้น อยู่ในทวีปเอเชีย ของเรานี่เอง จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

สัตว์ประหลาดเอเชีย ความเชื่อทางศาสนา

พญานาค 

พญานาคหรือนาคราช เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ตามความเชื่อของ พระพุทธศาสนา มักจะอาศัย อยู่ในน้ำหรือถ้ำ มีลักษณะที่ตัวเป็นงู หัวมีหงอน ดวงตาสีแดงก่ำ ลำตัวมีเกล็ด

เชื่อว่าเป็นสัตว์ ที่มีอิทธิฤทธิ์ ดลบันดาลพรต่าง ๆ ให้กับมนุษย์ได้ และยังเชื่อว่า พญานาคสามารถ ดลบันดาลน้ำท่า ฟ้าฝนได้อีกด้วย ซึ่งในพระไตรปิฎก ได้กล่าวถึงพญานาค อยู่ด้วยหลายตน เช่น ..

สัตว์ประหลาดเอเชีย

มณีกัณฐ์ อาศัยอยู่ใน แม่น้ำคงคา ที่คอมีแก้วมณีประดับอยู่ มีความศรัทธา ฤๅษีตนหนึ่ง จึงขึ้นมาขดตัว 7 รอบ แล้วแผ่พังพานใหญ่ บนศีรษะของฤๅษี

มุจลินท์ เป็นที่มาของ ปางนาคปรก ในระหว่างที่พระพุทธเจ้า ทรงเสวยวิมุตติสุข ใต้ต้นจิกหลังตรัสรู้ เพื่อปกป้องพระองค์ จากสภาพอากาศ และเหล่าสัตว์ต่าง ๆ มุจลินท์จึงได้ขดตัว 7 รอบพระโคตมพุทธเจ้า แผ่พังพานใหญ่บนพระเศียร

สุปัสสะ ผู้ที่กราบทูล กับพระพุทธเจ้า เรื่องนาคที่ ไม่ได้เลื่อมใส ในพระพุทธศาสนา อาจจะทำร้าย ภิกษุที่ฉันเนื้องู จึงทรงบัญญัติสิกขาบท ว่าภิกษุที่ฉันเนื้องู ต้องอาบัติทุกกฎ

สัตว์ที่มีความศรัทธา ในพระพุทธศาสนา

ส่วนในอรรถกถา ก็ได้กล่าวถึง พญานาคอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เช่น ..

กาฬะ ครั้งนั้นพระพุทธเจ้า ได้ลอยถาดทองเสี่ยงทาย ที่แม่น้ำเนรัญชรา ถาดนั้นได้ลอยทวนน้ำ และจมลงไปยังเมืองบาดาล ถาดนั้นไปซ้อน อยู่ใต้ถาดของ พระพุทธเจ้าสามพระองค์ พญากาฬนาคราช ได้ยินเสียงนั้นจึงกล่าวว่า “เมื่อวานพระพุทธเจ้า บังเกิดขึ้นองค์หนึ่ง วันนี้บังเกิดขึ้นอีกหนึ่งองค์”

ส่วนในศาสนาฮินดู จะมีพญาคนาคอยู่ 3 ตน ทั้งหมดเป็นบุตร ของนางกัทรุ กับพระฤๅษีกัศยปะ 

เศษะ หรือ อนันตนาคราช เป็นบุตรคนโต อุทิศตนเป็น พระแท่นบรรทม ของพระวิษณุ ตอนที่พระองค์ ทรงบำเพ็ญโยคนิทรา หรือนารายณ์บรรทมสินธุ์

วาสุกี หรือ วาสุกรี เป็นบุตรคนรอง เป็นสังวาลย์ห้อยพระศอ ของพระศิวะ และเสียสละร่างกาย เป็นเชือก กวนเกษียรสมุทร

ตักษกะป็นศัตรูและพ่ายแพ้ ให้แก่พระอรชุน และถูกเนรเทศ ไปอยู่ที่ตักศิลา

สัญลักษณ์ของการร่ายรำ ดนตรี และกวี

กินนร หรือ กินรี

กินนร หรือ กินรี ในศาสนาพุทธ และศาสนาฮินดู เป็นสิ่งมีชีวิต ครึ่งมนุษย์ครึ่งนก ปรากฏอยู่ใน เครื่องดนตรีโบราณ ของชาวอินเดียเรียกว่า กินรีวีณา และปรากฏอยู่ใน อาทิปรวะของมหาภารตะ ที่อาศัยอยู่ บนหิมาลัย

ในเอกสาร ของพระพุทธศาสนา กินรและกินรี จะปรากฎอยู่ใน สัทธรรมปุณฑรีกสูตร และในชาดก ส่วนในธรรมเนียมของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อกันว่า กินนรและกินรี เป็นผู้ชำนาญ ในเรื่องของการร่ายรำ กวี และดนตรี

สัตว์ประหลาดเอเชีย

ในไทย จะกล่าวถึงกินรี มากกว่ากินนร โดยรับมาจาก ตำนานของอินเดีย โดยกินรีไทย จะมีลักษณะช่วงล่างคล้ายนก สวมเครื่องแต่งกาย แบบเทวดาไทย บินไปมาระหว่าง ป่าหิมพานต์กับโลกมนุษย์ได้ ในประเทศไทย นิยมปั้นเป็นกินรีทอง ตามวัดต่าง ๆ 

ในพม่า กินนร เรียกว่า keinnaya หรือ kinnaya กินรีเรียกว่า keinnayi หรือ kinnayi ในธรรมเนียมพุทธของพนม่า เชื่อกันว่าพระพุทธเจ้า เคยประสูติเป็นกินนร 4 ชาติ จาก 136 อดีตชาติ

ในกัมพูชา กินรีจะปรากฏ ในวรรณกรรม มากว่ากินนร และกินรียังเป็น สัญลักษณ์ของการร่ายรำ และความงาม โดยในกัมพูชา เรียกกินนรว่า kenar เรียกกินนรีว่า kinnari 

ในอินโดนีเซีย ประติมากรรม กินนรคู่กินรี มักจะปรากฏ อยู่ที่ปรัมบานัน และบุโรพุทโธ ในลักษณะนก ที่มีศีรษะเป็นมนุษย์ นอกจากนั้นยัง ปรากฏให้เห็น ในการปกป้องไหสมบัติ และต้นกาลปาตารู รวมไปถึงที่ บุโรพุทโธ กินรียังปรากฏ อยู่ในชาดก เรื่องมโนหรา

สิ่งที่คอยกินฝันร้าย และคุมครองผู้คน จากปีศาจร้ายต่าง ๆ 

บากุ (Baku)

บากุ เป็นปีศาจที่ คอยกินฝันร้ายของผู้คน ในความเชื่อ ของชาวญี่ปุ่น ว่ากันว่าตัว ของบากุนั้น มีส่วนของสัตว์ ผสมกันหลายชนิด โดยมีรูปร่างคล้ายหมี จมูกเป็นงวงเหมือนช้าง หน้าผากมีนอเหมือนแรด หางเหมือนวัว เท้าเหมือนเสือ

สัตว์ประหลาดเอเชีย

โดยชาวญี่ปุ่นโบราณ เชื่อกันว่าเมื่อ จานชามแตกหักเอง หรือเกิดบิ่น โดยที่ไม่มีใครทำ เสื้อผ้ามีรอยเลือด กาต้มน้ำส่งเสียง ดังเหมือนคนร้อง หรือหูสุนัขที่ ลู่ไปข้างหลัง นั่นเกิดจากการ กระทำของปีศาจ ถือว่าเป็นลางร้ายหรืออฝันร้าย

โดยให้ท่องคาถาว่า “บากุ คูราเอะ” 3 ครั้ง แปลว่า “บากุจงมากิน ฝันร้ายของข้า” แล้วบากุจะมา กินฝันร้ายนั้นให้ แล้วฝันร้ายจะ กลับกลายเป็นฝันดี พวกพวกศาจเหล่านั้น จะถูกสูบลง ไปในพื้นดิน

ความเชื่อนี้จะเห็น ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หมอนที่สลักชื่อบากุ เชื่อว่าถ้าหนุนหมอนนั้น จะไม่ทำให้ฝันร้าย โดยความเชื่อ เรื่องบากุนี้ มาจากจีนยุคราชวงศ์ถัง

เนื่องจากมีการวาง ภาพวาดบากุ ไว้ที่หัวนอน เพื่อยามที่หลับ ก็มีบากุคอยคุ้มครอง และเชื่ออีกว่า ถ้าห่มผ้าที่ ทำจากหนังของบากุ จะช่วยให้รอดพ้นจากปีศาจ และหายจากการเจ็บป่วย

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *