เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น ความน่ากลัวเกี่ยวกับความเชื่อ ที่คนญี่ปุ่นเล่าส่งต่อกันมา จากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงปัจจุบัน

เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น ความน่ากลัวเกี่ยวกับความเชื่อ ที่คนญี่ปุ่นเล่าส่งต่อกันมา จากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงปัจจุบัน

เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น

เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น ส่งที่ทำให้คนญี่ปุ่นหวาดระแวงตั้งแต่เด็ก กับที่มาของผีทั้งสามของแดนปลาดิบ

เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น สวัสดีครับผองเพื่อน นักอ่านที่ชอบแนวสยองขวัญทุกท่าน ในครั้งนี้มาอ่านเรื่อง ผี จากประเทศอื่นกันบ้างดีกว่า ซึ่งเหล่าภูตผีของญี่ปุ่นนั้น มีความเป็นมาและมีความน่ากลัว ที่ไม่ซ้ำใครอยู่ เช่นกัปปปะ ที่เป็นภูตน้ำ ที่จะคอยกัดกันคนที่ เข้ามาให้อาณาเขตของมัน หรือสิ่งมันไม่ชอบ

ใช้เป็นเรื่องคอยสอนเด็ก ๆ ให้มีระเบียบวินัยด้วยความกลัว ที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพมาก

เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น พบกับผู้ตัวแรกที่เราน่าจะรู้จักกันดีกับ กัปปะ ปิศาจสะเทินน้ำสะเทินบก

เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น

กัปปะหรือม้าตึงเป็น เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น ที่มีมาแต่นานแล้ว คู่กับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เป็นผีที่อยู่ในประเภท โยไค หรือเป็นผีที่เกิดจากธรรมชาติ โดยชื่อกัปปะ เป็นชื่อที่มาจากคำว่า คาวะ ที่เป็นคำศัพท์ญี่ปุ่น ที่แปลว่าแม่น้ำ โดยพรรณนาว่าเป็น ตัวที่มีแขนขา ลักษณะตัวจะมีสีเขียว มีกระดองอยู่ที่หลังนิ่ม ๆ เหมือนตะพาบน้ำ

และผิวของกัปปะ จะมีลักษณะเป็นเกล็ด บางครั้งก็มีเรื่องเล่าผีญี่ปุ่น ว่ามันมีผิวสีน้ำเงินหรือสีแดง โดยมักจะมีเรื่องเล่าบอกมาว่า จะพบกัปปะในช่วง ฤดูร้อนเพราะกัปปะ ชอบอยู่ในที่ร้อนชื้น ตามลักษณะธรรมชาติของสัตว์เลื้อยคลาน มีพังผืดที่ที่มือและเท้า

พฤติกรรมของกัปปะ จะชอบอยู่กับน้ำ เพื่อให้มีพลังที่มากกว่าปกติ แต่เมื่อใดที่มันจะขึ้นบกมันจะนำ น้ำไว้บนศีรษะที่มีลักษณะเป็นจานบนหัว เพื่อให้ได้ใช้พลังเหนือมนุษย์ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วกัปปะ จะชอบลากคนหรือสัตว์ลงน้ำ เพื่อทำให้ขาดอากาศหายใจ และสิ้นลมหายใจไป

อีกหนึ่งของที่มันชอบกินคือ แตงกวาสด ซ้ำเป็นของชอบที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ ที่ต้องรู้เพราะว่า การที่เราเจอกัปปะวิธีเอาตัวรอดตาม เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น ได้กล่าวเอาไว้ก็คือ ให้เราก้มหัวทักทาย เหมือนคนญี่ปุ่นทั่วไป พอเจ้าภูตผีปะเห็น เราก้มหัวคำนับแล้ว มันจะก้มหัวคำนับกลับ และเมื่อนั้นน้ำที่หกออกจนหมด

ก็จะทำให้พวกมันออกแรงลง และทำให้เราสะดวกที่จะเดินหนีไปได้ หรือถ้าเรามีแตงกวา ให้เราเขียนชื่อตนเองลงไป แบบแตงกว่านั้น และโยนลงน้ำที่ กัปปะตนนั้นอาศัยอยู่ มันก็จะรีบเข้าไปกินของชอบของมัน อย่ารวดเร็ว และกินอย่างเอร็ดอร่อย และมันก็จะจำชื่อของเราเอาไว้

เมื่อเจอครั้งต่อไปมันจะไม่ทำอันตรายใด กับเจ้าของแตงกวานั้นเลย โดยธรรมชาติแล้วขนาดตัวของกัปปะ จะมีขนาดเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ แต่เรื่องขนาดก็ไม่ควรจะประมาท เนื่องจากถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำ กัปปะจะมีพละกำลังที่มากจนเหลือเชื่อ โดยนิสัยของภูตผีปะนั้น มีความขี้เล่นและอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก

โดยมีความเชื่อว่า ในฤดูเก็บเกี่ยวแตงกวา ชาวบ้านมักจะนำแตงกวา ไปลอยน้ำเพื่อเส้นไหว้ เทพวารีและทำทาน ให้กับภูตผีโดย แตงกวาก็จะเป็นอาหาร เลิศรสให้กับกัปปะได้กินกัน และเชื่อกันว่า ห้ามมิให้ผู้ชาย ลงน้ำด้วยร่างกายเปลือยเปล่า เพราะกัปปะจะเข้าใจผิดว่า อวัยวะเพศของผู้ชาย

เป็นแตงกว่าที่มันชอบกินและจะ กัดให้ขาดสะบั้นนั่นเอง หรือหากว่ามีเด็ก หรือม้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่พวกมันอาศัยอยู่ พวกมันก็จะขึ้นมา ลากเด็กและม้าลงไป ที่ก้นแม่น้ำเพื่อทำให้ขาดอากาศหายใจ แต่โดยธรรมชาติแล้ว กัปปะเป็นภูตผีที่รู้ผิดชอบ โดยถ้ามันรู้สึกผิด มันจะจับปลามาวางไว้ที่หน้าบ้านทุกวัน หรือให้สมุนไพรที่มีคุณภาพ เนื่องจากความสามารถ ในการปรุงยาของตัวกัปปะเอง

ในเรื่องเล่าต่อมากับผีคอยาวหรือ โรคุโระ คุบิ กับเรื่องราวตั้งแต่สมัยเอโดะ

โรคุโระ คุบิ

เป็นผีสาวที่สามารถยืดคอให้ยาวได้ จัดอยู่ในประเภท โยไคที่มีอยู่ข้างในสวรรค์ นรกและโลกมนุษย์ โดยผีคอยาวมักจะเป็นหญิงสาว ที่มีหน้าตาสวยงาม และแฝงตัวอยู่ร่วมกับมนุษย์ธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อตกกลางคืน คอของเธอก็จะยืดยาว ออกมาเพื่อหากินแมลง หรือสูบพลังชีวิตของมนุษย์

ซึ่งส่วนใหญ่เธอ มักจะเลือกเหยื่อที่เป็นเพศชาย เนื่องจากเธอมีความแค้น กับเพศชายเป็นอย่างมากเพราะไม่สมหวังในเรื่องของความรัก และอีกเหตุผลหนึ่งคือการสูบพลังชีวิตของเพศตรงข้าม จะทำให้เธอ มีพละกำลังมากขึ้น

มีเรื่องเล่าจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งในสมัยก่อน ได้พบศพชายคนหนึ่งนอนตาเหลือกตัวซีดเซียว ชาวบ้านต่างคิดว่าเป็นฝีมือของผีคอยาว และได้กล่าวหาสาวรับใช้ ที่ประจำบ้านเศรษฐีคนหนึ่ง ว่าเธอเป็นผีคอยาว ที่มาดูจิตวิญญาณของชายผู้ตายดังกล่าวจนตาย

คำกล่าวหานั้น ทำให้ครอบครัวของเศรษฐี เกิดความอับอายมาก เมื่อเศรษฐีสอบถามกับสาวรับใช้ เธอก็ปฏิเสธเสียงแข็ง ว่าตนนั้นไม่ใช่ผีคอยาว อย่างที่ชาวบ้านใส่ร้ายเธอ เมื่อได้ฟังการอธิบายอยู่นาน เศรษฐีจึงยังไม่ลงโทษเธอ แต่ทันทีที่ตกดึก อยู่เศรษฐีคนนั้น ก็ย่องมาที่ห้องนอนของสาวรับใช้

เพื่อพิสูจน์หาความจริงเมื่อมา ถึงเขาก็ได้แอบมองผ่านหน้าต่าง และพบว่าสาวรับใช้ กำลังนอนหลับอยู่ เขาจ้องมองดูเธอสักพัก ก็ไม่พบถึงความผิดปกติ เศรษฐีจึงคิดที่จะกลับไปนอน แต่ทันใดนั้นเองก็เกิด เหตุการณ์ประหลาดขึ้น ที่คอของสาวใช้ เป็นกลุ่มควันนั้น เริ่มจับตัวกันหนาขึ้นเรื่อย ๆ

เศรษฐีคนนั้นตกใจ จนแทบจะสิ้นสติ เมื่อคอของสาวรับใช้ ค่อย ๆ ยืดยาวขึ้นจนกระทั่งไป จนสุดเพดานห้อง และส่ายหัวกวาดสายตาของเธอ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็นเธอ ก่อนที่เธอจะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก อย่างหิวกระหาย และพุ่งคอยาวออกไปทางหน้าต่าง หลังจากนั้นรุ่งเช้าก็มีคนพบศพชาย

ทำให้เศรษฐีไล่สาวใช้คนนั้น ออกจากบ้านไปทำให้เธอรู้ได้ทันที ว่าเศรษฐีคงจะรู้ความลับของเธอแล้ว เธอจึงยอมออกจากหมู่บ้านไปแต่โดยดี แต่ในบางตำนาน ก็กล่าวเอาไว้ว่า ความจริงแล้วผีคอยาว ไม่ใช่ปีศาจที่มีคอยาว

แต่เป็นการถอดวิญญาณ ที่เกิดความผิดพลาดขึ้น ทำให้มีเพียงวิญญาณ ในส่วนของลำคอเท่านั้น ที่สามารถออกมาจากร่าง

ในเรื่องเล่าเรื่องสุดท้ายเป็น ตำนานของผีร่ม ผู้ขี้สงสัย

คาซะ โอบากิ

โดยในส่วนของ เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น สุดท้ายนี้จะเป็นผีร่มหรือ คาระ คาสะ เอาเป็นว่าในประเทศญี่ปุ่นช่วงฝนตก มีบางอย่างลอยไปลอยมา อยู่บนท้องฟ้า มันมีนิสัยขี้เล่น ชอบหลอกผู้คน จากนั้นก็แกล้งทำให้กลัว ซึ่งที่จริงมันก็แค่ อยากจะเล่นด้วยก็เท่านั้น

เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับ เรื่องตำนานพื้นบ้าน ของชาวญี่ปุ่นมีชื่อเรียก ผีตนนี้ในภาษาญี่ปุ่นว่า คาซะ โอบากิ มีจุดกำเนิดเกิดจากร่มกระดาษ ที่เก่าจนมีอายุเกิน 100 ปีที่มนุษย์ละทิ้งไว้ แล้วมีวิญญาณสิงสู่ โดยลักษณะทั่วไปของผีร่ม เป็นรูปกระดาษเก่า ๆ ที่ดวงตากลมโตดวงเดียว อยู่ตรงกลางคันร่ม

มีลิ้นยาวห้อยออกมา ปากกว้างและมีขาข้างเดียวไว้คอย กระโดดไปมา บางตัวมีแขน 2 ข้างหรือบางตัวอาจไม่มีเลยก็ได้ ในความเชื่อของชาวญี่ปุ่น กล่าวว่าครอบครัวเอาไว้ ว่าเป็นเพียงผีคนที่มีร่มครอบบนหัว ผีร่มมักจะปรากฏกายค่ำคืน บริเวณสุสาน หรือที่รกร้างต่าง ๆ เช่นวัดร้าง ผีร่มมักจะชอบหลอก

ด้วยการปรากฏตัวขึ้นมากะทันหัน เพื่อทำให้ตกใจและสยองบางครั้ง มันจะแลบลิ้นยาว ๆ ออกมาสามารถกระพือร่ม เพื่อบินในท้องฟ้ายามค่ำคืนนี้ด้วย พูดถึงตรงนี้แล้ว อาจจะดูน่ากลัว แต่อันที่จริงแล้ว ผีร่มไม่เป็นอันตรายกับคนเลย อีกทั้งยังเป็นมิตรอันดีอีกด้วย บางคำบอกเล่า ของชาวญี่ปุ่นโบราณ กล่าวว่าผีร่ม มักจะปรากฏตัว มาแกล้งผู้ใหญ่ แต่จะเล่นกับพวกเด็ก ๆ ถ้าคุณเป็นเด็ก หรือถ้าเป็นคุณในตอนนี้ จะอยากเล่นกับผีร่มไหมครับ แต่ถ้าเป็นผม ไม่ขอเจอเลย จะดีกว่ามาก

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเรื่องราวของภูตผีทั้งสาม ที่ผมได้หยิบมาเล่าให้ฟังกัน เรียกได้ว่าผีพวกนี้ เหมือนเป็น คำอุบายของคนสมัยก่อน ที่เอาไว้สั่งสอนเด็ก เช่นกัปปะ สอนให้เด็กไม่เข้าไปเล่นใกล้แม่น้ำ ลำคลองเพราะมีความอันตราย หรือผีคอยาวที่สอนให้คน รู้จักความรักเดียวใจเดียว

หรือแม้แต่ผีร่ม ที่มีหน้าตาน่ากลัว แต่ใจดีก็สอนให้ ประชาชนไม่ทิ้งร่ม หรือสิ่งของเอาไว้ โดยเปล่าประโยชน์เป็นเวลานาน เรียกได้ว่า คนสอนเชิงอุบายเหล่านี้ จะทำให้เกิดการปลูกฝัง ให้เด็กโตมาเป็นผู้ใหญ่ ที่กลัวในการทำผิด และพึงทำประโยชน์สังคมต่อไป ติดตามเรื่องเล่าอื่นที่ เรื่องแปลก ความเชื่อ

เขียนโดย FateNama

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น