ผีและศิลปะโกธิค อะไรคือความเชื่อมโยงกันของสองสิ่งนี้

ผีและศิลปะโกธิค อะไรคือความเชื่อมโยงกันของสองสิ่งนี้

ผีและศิลปะโกธิค

ผีและศิลปะโกธิค ความเชื่อมโยงกันของความเชื่อและความรู้สึก

ผีและศิลปะโกธิค ทุกคนคงเคย เข้าบ้านผีสิง หรืออย่างน้อยก็เคย โดนชวนไปบ้านผีสิง หรือต้องเคย เห็นผ่านหนัง ละคร หรือจากรูปภาพ มาบ้างสักครั้ง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เรามักจะมีภาพ ของบ้านผีสิง ความน่ากลัวต่าง ๆ ที่เราจินตนาการขึ้นมา และหลาย ๆ ครั้งรูปร่างของบ้านผีสิง มักจะมีความเป็น ศิลปะโกธิค สถาปัตยกรรม

ซึ่งปัจจัยที่ใหญ่ที่สุด ที่ทำให้ ศิลปะแบบโกธิค มีลักษณะ ที่เชื่อมโยงกับผี หรือความลึกลับ สยอง ก็น่าจะมาจาก สื่อหลาย ๆ ด้านที่ผลักดัน ความเชื่อมโยงอันนี้ ให้กลายเป็นความเป็นจริง อันใหม่ขึ้นมา

เราสามารถ ตามร่องรอยประวัติศาสตร์ ของความรัก ความสนใจใน สิ่งลี้ลับ ลึกไปถึงปี 1764 โดยประธานาธิบดี ของสหราชอาณาจักรคนแรก Horace Walpole ได้ออกหนังสือชื่อว่า The Castle of Otranto ที่เป็นเรื่องราว เกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่โด่งดังไปทั่ว ในยุคกลางของอิตาลี

แต่ใน ณ ขณะนั้น หนังสือถูกปล่อยออกไป สู่สาธารณะแบบ ไม่ระบุตัวตน พร้อมคำขอโทษที่ เรื่องราวนั้น ส่อไปทางไสยศาสตร์ แต่เมื่อหนังสือ ประสบความสำเร็จ เขาจึงเอาชื่อตัวเอง ลงไว้กับหนังสือ และเพิ่มคำบรรยาย ของหนังสือนี้ไว้ว่า “A Gothic Romance”

หนังสือของ Walpole นั้นได้รับแรงบันดาลใจ จากบ้านสุดแปลก ที่เขาสร้างขึ้นที่ สตรอเบอร์รี่ฮิลล์ บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ ใกล้ริชมอนด์ คุณพ่อของเขา เป็นผู้สร้างที่บ้านคลาสสิคอย่าง Houghton Hall ที่นอร์ฟอล์ก เพื่อการเฉลิมฉลอง ของสถาปัตยกรรมแบบปัลลาดีโอ

เพราะแบบนั้น ตั้งแต่ปี 1747 Horace ใช้เวลากว่า 50 ปี ในการสร้างบ้านพิสดาร ที่ผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมโบราณ จากโบสถ์ยุคกลาง รวมถึงกุฏิ และปราสาททั่วยุโรป ทำให้บ้านหลังนี้ กลายเป็นต้นกำเนิด ของการฟื้นฟูสถาปัตยกรรมโกธิค ในสหราชอาณาจักรขึ้นมา

ผีและศิลปะโกธิค

ว่าแต่ ศิลปะโกธิค มันคืออะไรกันแน่?

โกธิค คือ ศิลปะที่ได้รับ การพัฒนาหลังจาก ยุคศิลปะโรมาเนสก์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เท่ากับโกธิคนั้นคือ ศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา สไตล์ของโกธินั้น ได้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย ในศตวรรษที่ 16 ในบางพื้นที่ของยุโรป

ในขณะเดียวกันก็ถูก ศิลปะโรมาเนสก์ แย่งความโดดเด่น ไปหลาย ๆ ครั้ง แต่ศิลปะโกธิคก็ยังอยู่ และถูกพัฒนาต่อใน ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เนื่องจากเศรษฐกิจ และสังคม การเมือง และเหตุผลทางธรรมชาติ และความเชื่อ

หลังจากการล่มสลาย ของอาณาจักรโรมัน ประชากรในเมือง ก็ไม่มีความปลอดภัย ในการอยู่อาศัยอีกต่อไป ยุคของโรมาเนสก์ มีผู้คนมากมาย ที่อาศัยอยู่ในแถบชนบท ของฝรั่งเศส ในขณะที่เมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองรอบ ๆ บริเวณนั้นถูกปล่อยทิ้งร้าง

เมืองร้าง ได้ทำให้ศิลปะหยุดเติบโต

ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ราชาธิปไตยของ ฝรั่งเศสเองก็อ่อนแอ และเจ้าของที่ดินศักดินาทั้งหลาย จำเป็นต้องควัก ทรัพย์สินของตัวเอง เป็นจำนวนมาก เพื่อบริหารที่ดิน พื้นที่ และผู้คนของตัวเอง

ในศตวรรษที่ 12 ฝรั่งเศสก็ได้กลับมา เสริมอำนาจ ควบคุมศักดินา เจ้าของพื้นที่ นำไปสู่การบริหาร ที่เน้นรัฐบาลศูนย์กลาง มากไปกว่านั้น เนื่องจากการพัฒนา ของเกษตรกรรม ประชากรและการค้าขาย ก็เพิ่มมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ นำพาให้ผู้คนกลับมา ใช้ชีวิตกันอยู่ในเมือง และนำไปสู่การค้นพบ ฟื้นฟู และนำตัวกลาง ในการเชื่อมต่อผู้คน เข้าด้วยกัน ซึ่งนั่นก็คือศิลปะโกธิค ผ่านคริสต์ศาสนสถาน อาสนวิหาร

ผีและศิลปะโกธิค

ผีและศิลปะโกธิค กำเนิดภาพยนตร์ที่ใช้สถานที่ถ่ายทำในสไตล์โกธิค

บ้านของ Walpole นั้นพยายามที่จะเชื่อมโยง ความน่ากลัวและบ้าน เข้าด้วยกันเป็นภาพใหญ่ วรรณกรรมคลาสสิก ของยุคนั้น มักจะเขียนเกี่ยวกับ บ้านผีสิง หรือ บ้านคำสาป จึงเริ่มทำให้บ้าน ที่มีศิลปะโกธิคอยู่ด้วย กลายเป็นสัญลักษณ์ ของอดีตที่ชั่วร้าย ดั่งบัลลังก์ของทรราช ศักดินาที่คุกคาม เหล่าตัวแทนของ อังกฤษสมัยใหม่

ในขณะเดียวกัน วงการภาพยนตร์ ก็เริ่มรุ่งเรืองขึ้น ในขณะที่วรรณกรรม สุดน่ากลัวพวกนี้ก็โด่งดังไปด้วย The Old Dark House ของ James Whale คือหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องแรก ๆ ที่เซนเซอร์ในฐานะ Horror Flim ที่สอนให้ทุกคนรู้ว่า การเดินขึ้นชั้นบน ไม่ใช่ไอเดียที่ดีนัก

Psycho ของ Hitchcock ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เล่นกับพื้นที่แคบ ๆ บรรยากาศที่น่ากลัว ทำให้เราผู้ซึ่งเป็นผู้ชมนั้นต้องประสาทหลอนไปตาม ๆ กัน ด้วยความกลัวที่ว่า อย่าเข้าไปที่ห้องใต้ดิน!

ผีและศิลปะโกธิค

เทคโนโลยียิ่งเพิ่มระดับความเชื่อ ให้กลายเป็นดั่งความจริงที่ยอมรับทั่วกัน

หลังจากสองเรื่องนี้นั้น ได้สร้างความโด่งดัง ในวงการ ภาพยนตร์สยองขวัญ หลาย ๆ ภาพยนตร์ ก็เริ่มผุดคอนเซ็ป ในเชิงนี้ออกมากัน อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะที่ นวัตกรรมของการถ่ายภาพยนตร์ ได้พัฒนาขึ้น ศาสตร์การถ่ายภาพยนตร์ ก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน

การใช้มุมกล้อง เพื่อให้ได้มุม และความรู้สึก ที่ต้องการนั้น เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เราเริ่มจะมองเห็น ฉากประเภททางเดินยาว ห้องโถงกว้าง ๆ สร้างความหวาดระแวง กับทุก ๆ ประตูที่เข้าออก แต่บรรยากาศของบ้าน ที่ไม่เหมือนบ้าน ทั้งอึดอัด และน่ากลัว

ซึ่งจะบอกว่า ทั้งสามภาพยนตร์นั้น ใช้สถานที่ที่เป็น สถาปัตยกรรมโกธิคทั้งสิ้น หรือบางสถานที่ นั้นไม่ใช่บ้านสไตล์โกธิค แต่ในบางฉากของเรื่อง ก็มักจะต้องไป พบเจอสถานที่ ที่เต็มไปด้วย ศิลปะโกธิค อย่างโบสถ์ที่มักจะ เห็นบ่อยมาก หรือบางเรื่อง ก็ใช้โบสถ์นอกรีต เป็นโบสถ์ที่ใช้ ศิลปะโกธิคในการนำเสนอ ความนอกรีต ที่เข้ากับเนื้อเรื่อง ของเหล่าผีสาง ปีศาจ ซาตานต่าง ๆ

ติดตามเว็บไซต์นี้เอาไว้ เพื่อที่จะไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจแบบนี้ต่อไปในอนาคต


เรียบเรียง: แซมมีแบร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *