ตำนานแดร็กคูล่า ตัวละครจากนักเขียนนิยาย ที่อ้างอิงจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์

ตำนานแดร็กคูล่า ตัวละครจากนักเขียนนิยาย ที่อ้างอิงจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์

ตำนานแดร็กคูล่า

ตำนานแดร็กคูล่า ตัวละครที่มาจาก แรงบันดาลใจ ของเด็กหนุ่มที่เดินไม่ได้จนถึง 7 ขวบ

ตำนานแดร็กคูล่า ที่ถูกเล่าขาน ต่อ ๆ กันมานาน ที่จริงนั้น เป็นตัวละคร ในนิยาย ที่ถูกแต่งขึ้นมา ผู้แต่งนิยาย เรื่องนี้เขาชื่อ ที่รู้จักกันคือ บราม สโตเกอร์
เขาอาศัยอยู่ กับพ่อแม่ และพี่น้อง อีกหกคน ในประเทศไอร์แลนด์

พ่อของบราม ทำงานเป็น ข้าราชการ ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่รัฐบาลไอร์แลนด์ ส่วนแม่ของเขา ส่วนแม่ของ บรามคอยเลี้ยงดูลูก ถึงแม้ในวัยเด็ก บรามจะไม่สามารถเดินได้ แต่เขาก็ ฆ่าเวลาด้วย การอ่านหนังสือ ที่แม่เอามาให้

เรื่องราวที่ เป็นแรงบันดาลใจ ให้เขาเขียน เรื่องของ แดร็กคูล่า คือ นั้นมาจาก ที่แม่ของเขา มักจะเล่านิทาน หรือเรื่องราว ที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น เหตุการณ์ที่
เกิดโรคร้าย ในช่วงที่ เธอยังเป็นวัยรุ่น คือ อหิวาตกโรค ที่แพร่ระบาด ไปทั่วทั้งเมือง และทำให้ ผู้คนใน เมืองเสียชีวิต ไปเป็นจำนวนมาก

แม่ของเขา ได้เล่าต่อว่า เมื่อมีนักเดินทาง จากต่างถิ่น เดินทางเข้า มาในเมืองนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ เป็นอหิวาตกโรค แต่มีอาการป่วย ผู้คนที่อยู่ในเมือง มาพบเห็นเกิดความหวาดระแวง จึงผลักนักเดินทาง ที่ป่วยนั้น ลงไปในหลุม และจากนั้น ก็ขุดดินฝัง คนทั้งเป็น

อาการของบราม เริ่มดีขึ้น เมื่อเขามี อายุได้เจ็ด และเขาเริ่มเดิน ไปโรงเรียนได้ สามารถเล่นกีฬา ใช้ชีวิตได้ ตามปกติ รวมถึงได้ ดูละครเวที ซึ่งเขาชื่นชอบ
การแสดงละคร เวทีมาก

พอเขาเรียน จบมหาวิทยาลัย บรามก็ได้ เข้าทำงาน เหมือนกับพ่อ ของเขาใน หน่วยงานรัฐบาล พร้อมกับการ เริ่มเขียนหนังสือ ไปด้วยงาน เขียนชิ้นแรก
ของเขาที่ ได้ตีพิมพ์ เขียนเรื่องสั้น ที่มีชื่อว่า The Crystal Cup เป็นเรื่องที่ เล่าถึงเรื่องราว ศิลปินที่ ถูกขังไว้ ในปราสาท และถูกกดขี่ บังคับให้ทำงาน
รับใช้พระราชา จอมหยิ่งยโส และงานเขียน เรื่องต่อมา ของเขาคือ เทพนิยายชื่อ Under the Sunset โดยมีตัวละคร ที่เป็นทั้งเทวดา และวิญญาณชั่วร้าย

ตำนานแดร็กคูล่า เป็นหนึ่งในตัวละคร จากการชายที่ชอบเขียนนิยาย แนวภูต ผี ปีศาจ

ความทรงจำ ในช่วงวัย เด็กของบราม เคยได้ยิน เรื่องราวของ แวมไพร์มา จากแม่ของ เขามาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องเล่า เกี่ยวกับคน ที่ตายแต่ ยังลุกออกมา
จากโลงไม่ได้ คนตายที่ ว่าก็คือภูติผี เรื่องเล่าที่ สืบต่อกัน มานานนับศตวรรษ

แวมไพร์นั้น ต่างจากภูติ ผีตนอื่นๆ ตามตำนาน แดร็กคูล่า แวมไพร์ ต่างกันยังไง นั้นใช้เลือด ของมนุษย์ เพื่อให้คงอยู่ได้ ในเวลากลางคืน แวมไพร์จะ
ทรงพลัง และมีอำนาจมาก บางตำนาน เล่าขานกันว่า แวมไพร์จะ โดนแสงแดด ไม่ได้แต่ ความเชื่อใน บางประเทศ ก็เล่าว่า แวมไพร์โดน นั้นแดดได้ และในเวลากลางวันสามารถ ออกไปเดิน ข้างนอกได้ แต่อาจจะ มีการสูญเสีย พลังอำนาจไปบ้าง ไม่แข็งแกร่ง เหมือนกับตอน เวลากลางคืน

มีการศึกษาค้นคว้า เนื้อเรื่องที่สร้างขึ้น โดยอ้างอิงจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ จนกลายเป็นเรื่องราวที่รู้จักกันทั่วโลก

บรามได้เริ่ม เขียนนิยาย ที่เป็นเรื่องราว ของแวมไพร์ ซึ่งครั้งนี้ เขาก็ได้ มีการศึกษา หาข้อมูล จึงออกเดิน ทางไปยัง เมืองวิตบี ประเทศอังกฤษ ในทีแรก
ที่เริ่มเขียน นิยายไป ได้บางส่วน เขาได้ตั้ง ชื่อตัวละคร แวมไพร์ใน ตอนแรกว่า เคานท์แวมไพร์ ซึ่งมาจาก ภาษาเยอรมัน ที่แปลว่า แวมไพร์

ในเวลาต่อมา ขณะที่เขา ได้เดินทาง เข้าไปหา ข้อมูลใน ห้องสมุด เขาได้ค้น พบว่า ปราสาทแดร็กคูล่า ประวัติ มีพื้นที่ใน โรมาเนีย ที่ชื่อว่า “วัลลาเชีย “
ซึ่งเป็นที่พัก ของผู้ปกครอง อาณาจักร ในสมัยศตวรรษที่ 15 ชื่อว่า “วลาด เทเปซ ” หรืออีกชื่อ ที่รู้จักกัน ในนามว่า แดร็กคูลา

ซึ่งในภาษา ท้องถิ่นนี้ คำว่า แดร็กคูล่า แปลว่า “บุตรแห่งดราคูล ส่วนคำว่า ดราคูล ก็แปลได้ว่า “ปีศาจ” หรือ “มังกร” เมื่อเขาได้ พบข้อมูลนี้ จึงตัดสินใจ
จะเปลี่ยนชื่อ ตัวละครเป็น แดร็กคูล่า สำหรับผู้ ที่เป็นต้นแบบ ของ ท่านเคาท์แดร็กคูล่า ก็คือ วลาด เปซ เป็นเจ้าชาย ที่รักษา ดินแดนจาก การรุกราน
ของกองทัพตุรกี และยังได้รับ สมัญญานาม ที่เป็นที่ รู้จักว่า วลาดนักเสียบ เพราะท่านมัก จะนำศัตรู ที่จับได้ เอาร่างมา เสียบเข้ากับ ท่อนไม้ที่ แหลมคม

เมื่อเขาได้ รู้ข้อมูล ประวัติศาสตร์ เรื่องของวลาด เทเปซ บรามจึงตัดสินใจ เดินทางไป บ้านเกิดของ ท่านวลาดนักเสียบ และยังเคย เป็นที่ตั้ง ของปราสาท
เอลิซาเบธ บาโทรี ตามเรื่องที่ เล่าขานกันมา เธอคือหญิง ที่ชื่นชอบ การดื่มเลือด และมีจิตใจ ที่โหดเหี่ยม ได้ฆ่าหญิงสาว ไปเป็นจำนวนมาก

ก่อนที่จะ มีการเปลี่ยน ชื่อหนังสือเป็น แดรกคิวลา และ แดรกคิวลา ภาพยนตร์ นำมาสร้าง ที่ได้ดู กันจนถึง ปัจจุบันนี้ค่ะ เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคน น่าจะหาย สงสัยเหมือนกันกับ อลิส ในตอนเด็ก แล้วนะคะ ว่าเรื่องนี้ มีอยู่จริงหรือไม่

เรียบเรียงโดย อลิส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *