ตำนานสงครามอวกาศ กับตำนานจากเรื่องจริง ของเหล่าเทพที่อยู่จุดสูงสุดของชาวอินเดียโบราณ กับสิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้

ตำนานสงครามอวกาศ กับตำนานจากเรื่องจริง ของเหล่าเทพที่อยู่จุดสูงสุดของชาวอินเดียโบราณ กับสิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้

ตำนานสงครามอวกาศ

ตำนานสงครามอวกาศ จากเหล่าเทพ แท้จริงอาจไม่ใช่แค่เรื่องแต่ง

ตำนานสงครามอวกาศ เชื่อหรือไม่ว่า นิทานเรื่องสงครามเหล่าเทพ จะเป็นเพียงแค่เรื่องแต่ง ถ้าคุณได้ยินเรื่องพวกนี้ แล้วความคิดคุณ อาจเปลี่ยนไปตลอดกาล

กราบสวัสดีเพื่อน ๆ ผู้อ่านที่แสนน่ารัก และรวมถึงผู้ที่กำลัง สนใจในเรื่องของ เรื่องแปลก ทุกคนเลยนะคะ และวันนี้ทางผู้เขียนก็มี เรื่องราวที่น่าสนใจ และแน่นอนว่าอาจจะเป็น เรื่องที่แปลกเสียหน่อย แต่เราต้องขอเน้นหนา ๆ เลยว่า สงคราม ยานอวกาศ นี้อาจจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อ ด้านศาสนาเพราะฉะนั้นแล้ว

สำหรับผู้ที่อ่อนไหวเรื่องนี้ อาจจะไม่เหมาะเท่าไรนะ เพราะนี่เป็นเรื่องที่ ทางต่างประเทศ ก็พยายามวิเคราะห์กันมาแล้ว ถึงอาจจะดูเลอะเทอะ แต่แค่ฟังหูไว้หูได้ ก็จะดีมากเลยค่ะ นำมาพอสมควรแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา งั้นผู้เขียนขอนำเหล่าผู้อ่าน ดำดิ่งเข้าไปใน ตำนานสงครามอวกาศ กันเลยค่ะ

ตำนานสงครามอวกาศ มหากาพย์สงคราม แห่งโลกที่คุณอาจไม่รู้

จากข้างต้นทางผู้เขียนได้กล่าวไว้แล้ว ว่านี่จะมีการใช้อิงเกี่ยวกับ เรื่องของศาสนาและเทพเจ้า และใช่ค่ะเรื่องของเรา จะเล่าถึงมหาสงคราม ของเหล่าเทพอินเดีย ที่เป็นตำนานจาก คัมภีร์พระเวท ที่บันทึกเรื่องราว จากปากต่อปากที่ถูกระบุไว้ กว่าหลายพันปี ก่อนพุทธกาล

แน่นอนว่า ศาสนาพุทธ พึ่งเกิดขึ้นได้เพียงแค่ 2564 ปีเท่านั้น แต่เรื่องราวนี้ย้อนไป ไกลกว่านั้น น่าจะช่วงราว ๆ ที่ประเทศอียิปต์ ช่วงที่เริ่มสร้างพีระมิด แน่นอนว่าทุกวันนี้ พวกเราก็ยังไม่รู้ ว่าพวกเขาได้แปลนการสร้าง สถานที่ที่ซับซ้อนแบบนั้นจากไหน

ไม่เพราะว่าเป็นการดูถูกความรู้ ของเหล่ามนุษย์ยุคโบราณ แต่ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นแล้วว่า ความสามารถระดับนั้น มาจากการคำนวณชั้นสูง ซึ่งถ้าจะคำนวณได้แบบนั้น ก็ต้องอยู่ในช่วงราว ๆ ค.ศ. 1300 – 1600 แต่ความจริง กลับรู้แค่ว่า พวกเขาคิดได้ก่อน พ.ศ. ถึง 3000 ปี

เรื่องเล่าต่อจากนี้ ก็คือเรื่องเล่าจาก ปากต่อปากโดยอิงคัมภีร์พระเวท ว่าด้วยเหล่าเทพของชาวอินเดีย หลายคนอาจจะรู้จักพระศิวะ พวกนักวิเคราะห์ มนุษย์ต่างดาว ต่างกล่าวว่า รูปลักษณ์ของท่าน ดูไม่ได้ใกล้เคียง กับความเป็นมนุษย์เลย

ทั้งสีผิวทั้งแขนที่มีมากว่าคนปกติ ไหนจะเทพองค์อื่น ๆ ที่มีหัวเป็นสัตว์ หรือมีรูปร่างผิดแปลก ทั้งนี้ท่าจะให้เราพูด โยงไปเรื่องตำนานสงครามอวกาศ ก็คงจะหนีไม่พ้น ยานพาหนะของพวกเขา โดนชาวอินเดียโบราณ กล่าวว่าพระศิวะ มียานพาหนะนะที่ชื่อ การูด้า (นกยักษ์)

ที่ท่านสามารถใช้เคลื่อนที่ ได้ทั่วโลกแบบรวดเร็ว แค่นั้นยังไม่พอ เขายังกล่าวกันเอาไว้อีกว่า ท่านใช้นกตัวนี้ เดินทางข้ามดวงดาวอีกด้วย เรื่องราวมันน่าสนใจ ที่ตรงนี้ค่ะ ว่าถ้าหากชาวอินเดียโบราณ จะเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวจริง และพวกเขาเคยเห็น ยานอวกาศจริง ๆ

แต่พวกกลับไม่รู้ ว่าจะให้นิยามพวกนี้อย่างไร พวกเขาจึงแทนคำพูด ด้วยสัตว์ต่าง ๆ ถ้าทุกอย่างเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะว่า ในสมัยก่อนต้องมี พวกมนุษย์ต่างดาวแน่ ๆ นอกจากเรื่องยานพาหนะนะ และเรื่องของเหล่าเทพแล้ว ยังมีเรื่องของมนุษย์สามัญ คนธรรมดาอีกด้วย

ที่ได้ครอบครองศร แห่งเทพเจ้าที่ว่ากันว่า เมื่อใดที่ยิงศรนี้ขึ้นฟ้า ศรหนึ่งลูกจะกลายเป็น ศรนับพันร่วงลงมา ทำลายพื้นที่ บริเวณเป็นวงกว้าง อีกทั้งยังมีศรอาทิตย์ ที่พอยิงแล้ว เกิดเป็นเสาไฟยักษ์ ก้อนเมฆกลายเป็นสีแดง ทุกอย่างในรอบบริเวณ ตายเรียบในพริบตา

ถ้าอ้างอิงจากคำพูดพวกนี้ คงเดากันไม่ยากเลยค่ะ ว่านี่คืออาวุธ ของมนุษย์ต่างดาว และศรอาทิตย์ ก็คืออาวุธนิวเคลียร์แน่ ๆ

ตำนานสงครามอวกาศ

เรื่องสงครามอวกาศคืออะไร แล้วเหตุการณ์เป็นอย่างไร ?

เรามาพูดถึงเรื่องของ สงครามกันบ้างถ้าจากที่เรา ได้กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องจริงทั้งหมด นั้นหมายความว่า ในคัมภีร์พระเวท หรือจะในบันทึกใด ๆ ก็แล้วแต่ก็จะบ่งบอกถึง การทำสงครามระหว่างเทพ อย่างที่พระศิวะ นั่งยานบินไปยิงศรต่าง ๆ

หรือว่าจะเรื่องของ อำนาจของเทพที่ต่อสู้กัน เรื่องความขัดแย้งใด ๆ ก็แล้วแต่นั้น ทั้งหมดก็อาจจะเคยเป็น เรื่องจริงมากก่อนทั้งสิ้น แต่ถ้าจะให้พูดถึงอากาศยาน งั้นก็คงต้องขอวนไป ถึงเรื่องของยาน วิมานะ อากาศยานแห่งเทพ ที่เขียนเล่ากันว่าเหล่าเทพ ใช้ยานพวกนี้ ยิงใส่กันและกัน

กล่าวคือสงครามเกิดขึ้นนานแล้ว โดยคนอินเดียโบราณเป็นคนบันทึกไว้ ว่าด้วยปราสาทที่ลอยออกไป เกิดประกายแสงเจิดจ้า ทั่วท้องฟ้า ถ้าจะให้เราเดา เราก็คงคิดได้ว่าการต่อสู้นี้ ต้องเป็นเขตนอก ของชั้นบรรยากาศแน่ ๆ เพราะด้วยคำจากจารึกทั้งหลาย ก็บอกเอาไว้แบบนั้น

แล้วถ้าเรากลับมาดูอากาศยาน อย่างวิมานะที่บอกเอาไว้ ว่าเจ้าปราสาทแห่งนี้ สามารถลอยได้ มีไฟมากมายประดับอยู่ ตามตัวของปราสาท และวิมานะ ก็มีอนุภาคทำลายล้างสูง ทั้งหมดนี้คือสิ่ง ที่ถูกจารึกเอาไว้จริง ในบันทึกต่าง ๆ ของชาวอินเดีย แต่มาในรูปแบบของนิทาน ที่เรามักคิดว่า ดูเกินจริงค่ะ

ตำนานสงครามอวกาศ

มีหลักฐานอ้างอิงความจริง หรือข้อมูลเชิงที่ประจักษ์หรือไม่?

ถ้าจะถามถึงถามถึง หลักฐานของตำนานสงครามอวกาศ ทานผู้เขียนก็พอจะมีอยู่บ้าง นั้นคือเรื่องของกากนิวเคลียร์ หรือสานรักสีโบราณที่เมืองเก่าแก่ แถบแม่น้ำสินธุ มีเมืองโบราณสองเมือง ที่ว่ากันว่าในสมัยนั้น ดูพัฒนาไปไกลอย่างมาก

มาถึงขนาดว่า มีการสร้างแผงผังเมือง มีระบบการเลือกตั้ง และรูปอาคาร ที่วางเป็นระเบียบ และเมืองทั้งสองแห่งนั้นก็คือ โมเฮนโจ ดาโร (Mohejo Daro) และเมือง ฮารัปปา (Harappa) สองเมืองนี้เป็นหนึ่งในหลักฐานเชิงที่ประจักษ์ถึงเรื่องของสงครามอวกาศ ได้อย่างดีเพราะนอกจาก

การหายตัวไป ของประชากรในเมือง แล้วยังมีละออง กัมมันตรังสี จากนิวเคลียร์โบราณ อยู่ทั่วทั้งบริเวณ สองเมืองนี้อีกด้วย หากสงสัยว่าสองเมืองนี้ เกี่ยวกันอย่างไรให้เรากลับไป อ่านทบทวนถึงเรื่อง มหาภารตะ หรือในคัมภีร์พระเวท ที่ได้บอกเรื่องราว ที่เกิดขึ้นระหว่าง ทั้งสองเมืองนี้

ทั้งหมดมานี้ มีหลายข้อมูลที่บ่งชี้ว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง และพวกเขาอาจเป็นเทพ ที่พวกเราบูชา และพวกเขาก็ไม่ได้ดี อย่างที่พวกเราคิด เพราะขนาดเทพ ที่เรานับถือ ยังคงมีการรบราฆ่าฟันกัน จนหลักฐานตกเป็น ต่อชนรุ่นหลังอย่างพวกเรา

ตำนานสงครามอวกาศ

บทส่งท้าย ตำนานมหาสงครามอวกาศ

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเนื้อหาของเราในวันนี้ อาจจะอ่านแล้วงงกันบ้าง นิดหน่อยเนอะนะ เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ มันมีข้อมูลที่เยอะมาก ๆ ไม่มั่นใจว่าจะอ้างอิงจากตรงไหน แต่ทางผู้เขียนก็ได้พยายามเล่ารวม ๆ เพื่อให้ผู้อ่านทุกคน เข้าใจตรงกับผู้เขียนนะ

ท้ายนี้ก็หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะชอบ ตำนานสงครามอวกาศ ของเรานะและถ้าผู้อ่าน ยังอยากติดตามเนื้อหาแบบ ตำนานสงครามอวกาศ ก็สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ ของเราได้เลยนะ รับรองว่ามีเรื่องชวนสงสัยแบบนี้อีกเพียบเลยค่ะ

และเราขอแนะนำ บทความที่น่าสนใจ จากรุ่นพี่นักเขียน M.Varin เรื่อง ผีโรงเรียนญี่ปุ่น

แล้วเอาไว้พบกันในหัวข้อหน้า วันนี้สวัสดีค่ะ

เขียนโดย ComBic.III

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น