ชนเผ่ามาไซ ที่สามารถกระโดดได้สูงมากกว่า 90 เซนติเมตร และมีพิธีกรรมสุดแปลก

ชนเผ่ามาไซ ที่สามารถกระโดดได้สูงมากกว่า 90 เซนติเมตร และมีพิธีกรรมสุดแปลก

ชนเผ่ามาไซ

ชนเผ่ามาไซ (Maasai) มีแหล่งที่เป็นรากฐาน อยู่บริเวณต้นลุ่มน้ำไนล์ ซึ่งอยู่ระหว่างประเทศแทนซาเนีย และเคนยา

ชนเผ่ามาไซ บริเวณที่พวกเขาอาศัยอยู่ ชนเผ่ามาไซถิ่นที่อยู่ มีลักษณะทุ่งหญ้าสะวันนา ที่มีความแห้งแล้ง รวมถึงยังมีอากาศที่ร้อนจัด จะมีสัตว์ป่าที่เป็นอันตราย อย่างเช่น ช้าง สิงโต ไฮยีนา แรด

ลักษณะที่โดดเด่น ของชาวชนเผามาไซ ก็คือ รูปร่างที่สูงกำยำ การแต่งกายชนเผ่ามาไซ เครื่องนุ่งห่มจะเป็นผ้าสีแดงสด ที่มีสีสดใส และใส่เครื่องประดับพวกเครื่องเงิน​ พวกเขาคือชนเผ่าเร่ร่อน ส่วนใหญ่จะนิยมเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว แพะ แกะ ลา

ชนเผ่ามาไซ

ชนเผ่ามาไซวิถีชีวิต จะมีการย้ายถิ่นฐานทุก ๆ 2-4 เดือน เพื่อเปลี่ยนอาณาเขตที่อยู่อาศัย ไปยังอาณาเขตพื้นที่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ หากบริเวณที่อยู่นั้น เหลือมีทรัพยากรน้อยลง แต่จะเวียนกลับมาอีกครั้ง เมื่อทรัพยากรตรงนั้น มีการฟื้นตัวหรือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง

ชุมชนของชาวมาไซมีชื่อว่า ‘โบมา’ (Boma) ชนเผ่ามาไซการดำรงชีวิต บ้านของชาวมาไซ สร้างมาจากดิน ขี้วัว และเศษไม้ มีการมุงหลังคาโดยใช้ฟาง ซึ่งจะลดอุณหภูมิ ให้เย็นลงในช่วงกลางวัน อีกทั้งยังสามารถ รักษาความอบอุ่นได้ ในตอนกลางคืน และยังป้องกันฝนได้อีกด้วย

บริเวณรอบ ๆ ชุมชนของชาวมาไซ นิยมสร้างรั้วที่ทำจากเศษไม้ พุ่มไม้ ที่มีหนามมาเรียง ๆ กัน เป็นการป้องกันผู้ที่ต่างถิ่น และสัตว์ป่าที่จะมาทำอันตราย ซึ่งสัตว์ที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ก็คือ สิงโต และไฮยีนา

การเลี้ยงสัตว์ของชาวมาไซ จะมีการตั้งไว้ บริเวณกลางหมู่บ้าน ซึ่งบ้านของชาวมาไซ จะตั้งติดกับแนวรั้ว รอบหมู่บ้าน ชาวมาไซมีการออกล่าสิงโต เมื่อสัตว์ที่พวกเขาเลี้ยงอยู่ ถูกสัตว์ป่ามากิน

เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม ของชาวมาไซก็คือ นมสด เลือดสด ซุปเครื่องในสัตว์ และชา เมื่อชาวมาไซมีการฆ่าสัตว์ จะไม่มีการเหลือส่วนใดทิ้งไว้ พวกเขาจะเอาเนื้อ มาย่างบนไฟ

ส่วนไขมันกับเครื่องใน จะเอาไปต้มเป็นน้ำซุป จากนั้นจะแจกจ่ายกันดื่ม เลือดของสัตว์ เรียกได้ว่าคือ เครื่องดื่มที่ดีที่สุด เพราะชาวมาไซเชื่อว่า เป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่า ทางอาหารที่สูงมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก

อาหารส่วนใหญ่ ของชาวมาไซนั้น แทบจะไม่มีน้ำตาล จึงเป็นเหตุผลให้ชาวมาไซ มีสุขภาพที่แข็งแรง รวมถึงสุขภาพฟันที่ดี รูปร่างสูงใหญ่กำยำ จากข้อมูลการสำรวจพบว่าชาวมาไซแค่ 0.5% ที่มีอาการฟันผุ

ชนเผ่ามาไซ

พิธีการเต้นรำ ความเชื่อและสิ่งเร้นลับ พร้อมทั้งกระโดดสูง ของชาวมาไซ เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ ที่โดดเด่นของชาวมาไซ พวกเขามีพิธีการเหล่านี้ วัตถุประสงค์ก็คือการแข่งขัน เพื่อความบันเทิง รวมถึงแสดงความแข็งแรง อีกทั้งยังมีการร้องเพลง ร่วมกันให้มีเสียงดัง ๆ พร้อมกับการกระโดดสูงขึ้น ผู้ชายมาไซที่แข็งแรง สามารถกระโดดได้สูงมากกว่า 90 เซนติเมตร ถึงจะมีการเอามือ แนบลำตัวตรงก็ตาม

พิธีการเต้นรำพร้อมกับ การกระโดดร้องเพลง ชนเผ่ามาไซภาษา ในกลุ่มคนมาไซ มีความยาวนานมาถึง 24 ชั่วโมง พิธีกระโดดเต้นรำ ยังใช้ในการหาคู่อีกด้วย โดยที่ผู้หญิงผู้ชายจะออกมา เจอกันในพิธี ผู้ชายจะยืนเรียงแถว พร้อมกับกระโดดทีละคน หากผู้หญิงคนไหน พึงพอใจก็จะออกมา เต้นรำตรงหน้าผู้ชาย ขณะที่ยังกระโดดอยู่นั่นเอง

เด็กชายและหญิงของเผ่ามาไซ เรื่องแปลก ส่วนใหญ่จะต้องเข้าพิธีการ ขลิบอวัยวะเพศ เกือบทั้งหมดทุกคน เพราะมีความเชื่อว่า การขลิบอวัยวะเพศ เปรียบเหมือนการเข้าสู่ การเป็นผู้ใหญ่ ผู้ชายในเผ่ามาไซส่วนมาก ชนเผ่ามาไซความเชื่อ มักจะแต่งงานกับผู้หญิง ที่ขลิบอวัยวะเพศเท่านั้น หากผู้หญิงคนไหน ที่ไม่ได้ขลิบอวัยวะเพศ ถือว่ายังเข้าพิธีแต่งงานไม่ได้

ลักษณะเด่นของชนเผ่ามาไซ ผู้ชายที่เพิ่งผ่านการขลิบมา ต้องสวมใส่ชุดสีดำ เป็นเวลาครึ่งปี ส่วนผู้ชายที่กำลังอยู่ในวัยนักรบ ต้องผ่านการออกเดินทางไปทั่ว พื้นที่ของชาวมาไซ เพื่อสำรวจชาวมาไซในหมู่บ้านอื่น ๆ อีกทั้งได้แนะนำตัวให้รู้จัก พวกเขาต้องฝึกการควบคุมฝูงสัตว์ และฝึกการค้าขาย แลกเปลี่ยนทรัพยากรอีกด้วย

นักรบเผ่ามาไซ จะมีอาวุธที่นิยมใช้กัน อย่างเช่น หอกเหล็กที่แหลมคม โล่ที่ทำจากหนังสัตว์ ธนู มีดพก อีกทั้งยังมีกระบองไม้ ที่ขว้างได้ไกลมากกว่า 200 เมตร สมัยก่อนนักรบชาวมาไซ ต้องฝึกการใช้อาวุธพวกนี้ จุดประสงค์ในการต่อสู้ และแย่งชิงสัตว์เลี้ยง จากกลุ่มคนมาไซในชุมชนอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบันพวกเขา ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็น การเจรจาค้าขายเป็นหลัก

การที่ต้องออกไล่ล่าสิงโต สำหรับชาวมาไซ เรียกได้ว่าคือประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งของชีวิต” เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า ถ้ามีโอกาสได้ล่าสิงโต และสามารถเอาชีวิต รอดกลับมาได้ จะทำให้พวกเขารู้สึกกล้าหาญ

ดังนั้น การล่าสิงโตของชาวมาไซ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อนำไปเป็นอาหาร รวมถึงการออกล่าเนื่องจาก ถูกสิงโตบุกรุกพวกเขาก่อน แต่มันคือประเพณีและการฝึกฝน ที่เป็นพิธีกรรมของชาวมาไซ หากนักรบคนไหนสามารถ ที่จะฆ่าสิงโตได้ หากจะให้เปรียบให้เห็นภาพ ก็จะคล้ายกับการ คว้าแชมป์กีฬาประเภทหนึ่งนั่นเอง

พิธีกรรมล่าสิงโตนั้นมี 2 แบบ แบบที่หนึ่งคือ เป็นการล่าแบบกลุ่ม เรียกได้ว่าคือแบบทดสอบของนักรบฝึกหัด ที่จะได้ทดสอบตัวเอง โดยพวกเขาจะแยกตัว ออกมาจากเผ่า และรวมกลุ่มกันวางแผน ในการที่จะล่าสิงโต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะไม่มีคนในชุมชนคนไหนเห็นเลย มีเพียงกลุ่มนักรบ ที่จะได้เห็นเท่านั้

สำหรับในกลุ่มนักรบที่ชำนาญ และมีประสบการณ์เยอะ การทำอะไรต้องมีความยากมากกว่านั้น แบบที่สองก็คือ การออกล่าสิงโตคนเดียว เป็นเหมือนการต่อสู้ตัวต่อตัว ซึ่งพวกเขาจะเต็มไปด้วย ทักษะการไล่ล่า และความว่องไว กว่านักล่าฝึกหัด อีกทั้งยังมีประสบการณ์ ที่จะแก้ไขสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอีกด้วย

ในยุคสมัยก่อน การไล่ล่าสิงโต ถือว่าคือกิจกรรม ที่แสดงถึงความกล้าหาญ ของผู้ชายมาไซ หากคนไหนล่าสิงโตได้สำเร็จ จะถูกยกย่องให้เป็นเหมือน ผู้กล้าหาญแห่งหมู่บ้าน

การล่าสิงโตนั้น จะเป็นการล่าจาก ชายที่กำลังเข้าสู่ การเปลี่ยนผ่านวัย เช่น จากเด็กเป็นผู้ใหญ่ จากผู้ใหญ่เป็นนักรบหลัก จากนักรบหลักเป็นผู้อาวุโส ซึ่งในตอนนี้การล่าสิงโต เป็นพิธีการที่ต้องยกเลิกไป เนื่องจากสิงโตในบริเวณนั้น มีจำนวนลดน้อยลง

ชนเผ่ามาไซ

ผู้หญิงชาวมาไซ ส่วนใหญ่จะโกนผม ส่วนผู้ชายชาวมาไซ จะโกนผมทุกครั้ง ในการเข้าร่วมพิธีกรรม ในการเปลี่ยนช่วงวัย เด็กชายชาวมาไซ จะโกนผมตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ไว้ผมแค่เป็นกระจุกด้านบน และจะโกนผมอีกครั้ง ตอนอยู่ในวัยหนุ่ม

หลังจากนั้นจะไว้ผม ให้กระจุกตรงกลางยาว มักจะถักเป็นทรงเดรดล็อค และจะมีการโกนผมอีกครั้ง ตอนอยู่ในวัยนักรบหลัก ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมย้อมผม โดยการใช้เปลือกไม้ หรือไขมันสัตว์ มาย้อมเป็นสีแดงสด

การแต่งงานของชาวมาไซ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน เพียงแค่สองคนเท่านั้น แต่เหมือนการให้สิทธิ์ แก่ผู้ชายในรุ่นเดียวกับสามีด้วย หากมีแขกที่อายุใกล้เคียง กับสามีมาเยี่ยมที่บ้าน ภรรยาชาวมาไซ มีสิทธิ์ในการตัดสินใจ ในการที่จะหลับนอน กับแขกด้วยหรือไม่ ซึ่งเป็นเหมือนให้การ ต้อนรับแขกอย่างหนึ่ง ถ้าเกิดภรรยาตั้งท้องกับแขก เด็กที่เกิดมาจะถือเป็นลูกของเจ้าบ้านนั่นเอง @UFA-X10 

 

เรียบเรียงโดย อลิส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น